| ในดินเผา มีเรื่องเล่า |
|
|
|
| Written by ธนิสร หลักชัย |
| Wednesday, 07 September 2011 05:30 |
|
? การทำดินมีหลายวิธีคือ วิธีทุบ วิธีกรอง วิธีหมัก ที่นี่จะใช้กรองกับทุบ เพราะทุบจะมีแร่ดอกมะขาม แต่วิธีกรองจะไม่มี เนื้อดินจะเนียนละเอียด การเตรียมดินจะนำมาหมักไว้หนึ่งคืน แล้วเอามานวดให้นิ่ม ไม่แข็งหรือเหลวจนเกินไป เวลาจับหรือสัมผัสจะไม่ติดมือ ? สมหมาย พยอม ผู้ริเริ่ม ? แหล่งเรียนรู้การทำพระเครื่องนครชุม ? บอกถึงวิธีเตรียมดินเพื่อนำมาใช้สำหรับทำพระเครื่อง ด้วยความชอบและรัก จึงเริ่มสะสมและศึกษาวิธีการ จากช่างพระเครื่องในเมืองกำแพงเพชร กระทั่งหันมาทำพระเครื่องเป็นอาชีพหลักตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 และได้จัดตั้งเป็นแหล่งเรียนรู้การทำพระเครื่องนครชุมในปี พ.ศ.2551 เพื่อให้คนที่สนใจได้เข้ามาศึกษาวิธีการทำพระเครื่องในพิมพ์ต่าง ๆ ทั้ง พระซุ้มกอ พระกลีบบัว พระเม็ดขนุน พระกำแพงลีลา ฯลฯ เมื่่อนวดจนเนื้อจนได้ที่แล้ว จึงนำมากดลงบนแม่พิมพ์ ซึ่งสมหมายถ่ายพิมพ์มาจากพระองค์จริงด้วยดินน้ำมัน แล้วเอาปูนปลาสเตอร์เทพิมพ์อีกครั้ง ก่อนกดต้องคลึงดินให้เรียบ ไม่เช่นนั้นพระจะเป็นรอยและแตกในขั้นตอนการเผา และต้องโรยแป้งที่แม่พิมพ์ เพื่อไม่ให้ดินเหนียวติดแม่พิมพ์ ช่วยให้เอาพระออกง่าย ส่วนแป้งก็ใช้แป้งฝุ่นทาตัวเด็กผู้ใหญ่ที่มีขายอยู่หลายยี่ห้อ ซึ่งอยู่ที่ความชอบเนื่องจากไม่มีผลในเรื่องอื่นนอกเหนือจากสองเรื่องข้างต้น ?ผมใช้แป้งแคร์ เพราะกันความชื้นได้? (ฮ่าๆๆ) การกดต้องไล่ดินให้ทั่ว สมหมายใช้วิธีชั่งน้ำหนักเมื่อกดพระครั้งแรก เวลาทำองค์ต่อไปก็จะได้น้ำหนักที่แน่นอน การเอาพระออกจากพิมพ์จะใช้ดินน้ำมันแปะดินเหมือนการจุ๊บให้ทั่วทั้งองค์ เมื่อดินเผยออากาศก็จะเข้าไปข้างในทำให้เอาออกง่าย จากนั้นจึงนำมาตัดแต่งลบเหลี่ยมคมแล้วใช้น้ำลูบ ให้เหมือนพระสมัยก่อนซึ่งไม่มีขอบคม ? เมืองกำแพงเพชรในยุคกรุงสุโขทัยช่วงรัชสมัยพระมหาธรรมราชที่ 1 (ลิไท) ถือเป็นยุคทองของพระพุทธศาสนา ศิลปะและสถาปัตยกรรมต่าง ๆ พระองค์ได้ทรงสถาปนาพระศรีรัตนมหาธาตุและทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ เมืองนครชุม ข้อความในศิลาจารึกหลักที่ 8 (ศิลาจารึกเขาสุมนกูฏ) เรียกเมืองนครชุมว่า ?นครพระชุม? ซึ่งอาจมีความหมายว่า เป็นเมืองที่รวมของพระหรือมีมากก็อาจเป็นได้ ในกาลต่อมาเมื่อมีผู้รื้อพระศรีมหารัตนมหาธาตุเจดีย์ ได้พบพระพิมพ์หรือปัจจุบันนิยมเรียกกันว่า ?พระเครื่อง? จำนวนมาก ซึ่งเป็นต้นตอของพระเครื่องตระกูลทุ่งเศรษฐี รวมถึงยังพบตำนานการสร้างพระพิมพ์ในครั้งนั้นด้วย กำแพงเพชรถือได้ว่า มีกรุพระเครื่องมากที่สุดในประเทศไทย กล่าวโดยรวมพอเป็นสังเขปคือ กรุทุ่งเศรษฐี บริเวณตำบลคลองสวนหมากเดิมหรือตำบลนครชุมในปัจจุบัน พระเครื่องที่พบได้แก่ พระกำแพงซุ้มกอ พระกำแพงเม็ดขนุน ฯลฯ กรุพระเครื่องฝั่งตัวเมืองกำแพงเพชร มีหลายพิมพ์เช่น พระกำแพงห้าร้อย พระกำแพงท่ามะปราง ฯลฯ
หลังถอดพระออกจากพิมพ์ ก็จะนำมาใส่ถาดผึ่งลมในร่ม 2 วัน เฉพาะพระเล็ก ส่วนพระใหญ่จะใช้เวลามากกว่า โดยวางไว้ด้านล่าง ส่วนพระเล็กไว้ด้านบน เรียงบนชั้นคลุมด้วยผ้ายาง เพื่อเก็บความชุ่มชื้นไว้ไม่ให้พระแห้งเร็วหรือช้าเกินไป เมื่อครบกำหนดจึงนำไปตากแดดจนแห้งสนิทอีกครั้งก่อนนำไฟเผา? ?ใช้เตาถ่านธรรมดานี่แหละ ผมซื้อมาจากตลาด 180 บาท การเผาจะก่อไฟให้เต็มเตา เมื่อไฟติดถ่านทั้งหมด ก็เขี่ยไฟออกข้าง ๆ แล้วเอาพระใส่ เอาขี้เถ้าโรย ขี้เถ้าต้องร่อนให้ละเอียด พระต้องสะอาดจะสกปรกไม่ได้เพราะเปรียบเหมือนของมีครู ต้องคอยเติมถ่านโดยเติมถ่านด้านบน ใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง พระองค์ใหญ่จะเผาอีกอย่างคือ วางพระประกบกันแล้วเอาพระเล็กล้อม ให้ไฟโดนพระเล็กก่อนแล้วค่อยมาโดนพระใหญ่ เพราะถ้าโดนความร้อนโดยตรงจะแตกหรือระเบิด พระเล็กก็มีระเบิดเหมือนกันนะ แต่เปอร์เซ็นต์น้อย ร้อยมีห้าองค์? เมื่อนำออกจากเตา ต้องใช้ตะแกรงร่อนขี้เถ้าออกให้หมดก่อน จากนั้นจะนำพระมาดีดราหรือใส่ราเพื่อให้ดูเสมือนของเก่า พระอายุกว่า 700 ปี จะมีราเองธรรมชาติ สมหมายใช้ผงจากถ่านไฟฉายผสมกับหมึกจีน เพราะถ้าใช้หมึกอย่างเดียวสีมันจะเข้มเกินไป ใช้แปรงสีฟันจุ่มแล้วดีดให้กระจายไปเกาะบนองค์พระ มากน้อยตามแต่ความต้องการ? ? ?ราตามธรรมชาติมันจะเกิดขึ้นเอง แต่เราก็เลียนแบบโดยมาทำให้ดูเหมือนเก่า ดีดราเสร็จก็เอาพระไปใส่คราบ?? การใส่คราบจะทำให้พระเนื้อนุ่ม เวลาขัดแล้วขึ้นมัน การใส่คราบมีหลายวิธี แต่ที่นี่ใช้วิธีใส่คราบน้ำข้าว โดยใช้แป้งข้าวเจ้ามาต้มให้เป็นน้ำข้าว เอาพระมาแช่ ตากแดดไว้หนึ่งวัน จึงจะนำมาขัดด้วยใบตองแห้ง? ?ใช้กล้วยน้ำว้าเท่านั้น เพราะจะมีนวล และห้ามใช้แบบแก่ต้นใหญ่ ๆ แต่จะใช้ใบกล้วยแห้ง ที่ห้อยอยู่ตามต้น เพราะจะมีนวลขัดแล้วขึ้นมันดีนัก? สมหมาย ยังสาธิตวิธีพิมพ์ลายกาบหมากไว้ด้านหลัง ที่นักเลงพระเรียกกันว่า หลังกาบหมาก ?หลังกาบหมาก ต้องนำกาบหมากไปกดที่หลังองค์พระ ไม่ใช่นำพระไปวางบนกาบหมาก ถ้าไม่กดไม่มีทางติดรอย ไม่ว่าจะลายอะไรก็ช่าง?
ศิลปะการทำพระเครื่องของสมหมาย ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำปลอมย้อมแมว แล้วบอกว่าเป็นของแท้แต่อย่างใด เจตนาต้องการอนุรักษ์สืบสาน ถ่ายทอดความรู้ให้กับคนรุ่นหลัง พระเครื่องที่ทำส่วนใหญ่จะมีคนสั่ง ด้วยธรรมเนียมของคนกำแพงเพชรนิยมมอบพระเครื่องเป็นของที่ระลึกแก่คนที่เคารพนับถือ มิตรสหายที่ชอบพอกัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกล่าวไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่อง เสด็จประพาสต้นครั้งที่สอง (พ.ศ.2449) ว่า ?ของถวายในเมืองกำแพงนี้ ก็มีพระพิมพ์เป็นพื้น? ซึ่งได้กลายเป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่งของชาวกำแพงเพชร ในการมอบพระเครื่องเป็นที่ระลึก ในกาลต่อมาถึงปัจจุบัน
?จากนครชุม เราเดินทางต่อไป บ้านทุ่งหลวง อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย หมู่บ้านซึ่งยึดการทำเครื่องปั้นดินเผาเป็นอาชีพมาหลายชั่วอายุคน ชิ้นงานที่โดดเด่นของบ้านนี้คือ หม้อกรัน หม้อน้ำในสมัยโบราณซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะของบ้านทุ่งหลวง ด้วยการปั้นครั้งเดียวตั้งแต่ฐานจนถึงปาก ชาวบ้านเชื่อว่าหม้อกรันสื่อถึงการป้องกันสิ่งไม่ดี มีไว้เป็นสิริมงคล กันโรคกันภัยเสนียดจัญไร ฝาปิดชาวบ้านจะเรียก ฝาละมี สื่อถึงการมีกินมีใช้ มั่งมีศรีสุขมั่งร่ำรวยเงินทอง ฐานรองในตัวคือมีรากฐานที่มั่นคง คุณสมบัติพิเศษคือ ใส่น้ำน้ำจะเย็นเพราะวัสดุเป็นทรายผสมดินเหนียว ใส่ข้าวสารมอดจะไม่กิน ก่อนพัฒนาดัดแปลงมาเป็นหม้อสร้อยระย้า โดยการใส่ลวดลายลงบนชิ้นงาน มีฐานแยกออกมาต่างหาก ??ปกติแล้วประเพณีไทยโบราณ จะมีหม้อพวกนี้วางไว้บริเวณชานบ้านหรือหน้าบ้าน จริง ๆ ด้านล่างเค้าจะเรียกว่า เชิง แต่ชาวบ้านเรียก ตีน หม้อกรันเดิมแล้วจะเป็นหม้อมีเชิง ส่วนหม้อที่มีร่องซึ่งเราเรียก ฟักทอง ตั้งแต่สุโขทัยก็มีแล้วแต่จะเรียกว่า ทรงแตงหรือทรงเฟือง? อาจารย์ณัฎฐภัทร จันทวิช ผู้ทรงคุณวุฒิด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ กรมศิลปากร บอกถึงคำเรียกแต่ก่อนเก่า เรื่องเล่าจากดินเผาต่อเนื่องไปถึงเมืองสุโขทัย หากแต่ชื่อเสียงต่างจากกำแพงเพชร เพราะเด่นในเรื่องเครื่องปั้นดินเผา อันมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับแต่ช่วงแรกที่เป็นงานหยาบ ๆ ทำเป็นภาชนะสำหรับหุงต้ม พัฒนาการมาใช้น้ำยาเคลือบ เพิ่มอุณหภูมิในการเผา ช่วยให้ภาชนะมีเนื้อแกร่ง ผิวเป็นมันเสมือนของจีน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ?สังคโลก? แหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องเครื่องปั้นดินเผาเก่าไปถึงใหม่ มีอยู่หลายแห่งเช่น ?นิทรรศการเครื่องเคลือบ สนามบินสุโขทัย เป็นอาคารนิทรรศการจัดแสดงเครื่องเคลือบที่ผลิตจากแหล่งเตาเผาภายในจังหวัดสุโขทัย ร้านเครื่องเคลือบดินเผาโมทนา แหล่งเรียนรู้การทำเครื่องสังคโลก ที่ยังคงมีส่วนผสมคล้ายกับของเดิม แต่ปรับวิธีการและรูปทรงให้มีความทันสมัย มีกลิ่นอายญี่ปุ่น ทั้งยังเปิดสอนให้กับเยาวชนและคนทั่วไปอีกด้วย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก อ.สวรรคโลก จุดสำคัญภายในพิพิธภัณฑ์คือ การค้นพบรูปหน้าของพระพุทธรูปทำจากปูนที่สมบูรณ์ ซึ่งยังคงเหลือจากไฟไหม้ในสมัยสุโขทัย ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก(เตาทุเรียง) ที่บ้านเกาะน้อย ห่างจากตัวเมืองเก่าศรีสัชนาลัย เลียบแม่น้ำยมไปทางเหนือ เป็นศูนย์ศึกษารวบรวมเรื่องราว เกี่ยวกับกำเนิดเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องสังคโลก ตั้งแต่สมัยสุโขทัย และเตาเผาโบราณที่ขุดค้นพบภายในบริเวณนั้นด้วย ...?บุญรักษา คุณพระคุ้มครอง เจริญสุขทุก ๆ ท่านครับ ...
ขอขอบคุณ?
? ? ?โทร.0 5561 6228-9 ?e-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ?เว็บไซต์ :?www.tourismthailand.org/sukhothai?
|
| Last Updated on Wednesday, 07 September 2011 06:47 |
Related Articles
นโยบายของผู้จัดทำ? 1. มีความต้องการให้เป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลท่องเที่ยวอย่างถูกต้องแม่นยำ พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลในเชิงสารคดี เพื่อให้เกิดประโยชน์กับการออกเดินทางจริง
2. สนับสนุนให้ทุกผู้คนมีนิสัยรักการอ่าน และเขียน ซึ่งการอ่านเป็นจุดเริ่มที่ทำให้เกิดปัญญา
3. ไม่นิยมการใส่สูทหรือผูกเนคไทเพื่อการสร้างภาพทางสังคม เพราะสามารถทำงานได้ทุกที่ทั่วโลกที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต
4. เป็นเว็บไซต์ที่หลีกเลี่ยงการทำงานโดยใช้กระดาษ และไม่ปรารถนาการสร้างมลภาวะให้โลกใบนี้ (โดยไม่จำเป็น)
5. มีความเป็นห่วงอนาคตเยาวชนไทย หากยังหลงมัวเมากับการไม่เลือกบริโภคข้อมูลในอินเตอร์เน็ต
คิดจะเที่ยว คิดถึง ตองหนึ่งไทยแลนด์
โทร. 081 947 4915 Email : nubangbo@gmail.com






?จากกำแพงเพชรถึงสุโขทัย และเรื่องราวจากดินเผา
?
?
?
?
?
?
?
?
??
?
?
?
?
?
?
?
?
?
??
?การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย















